ซีรี่ย์ไทย

สาปกระสือ

นลิน (ชลิตา ส่วนเสน่ห์) หญิงสาวที่ทำงานอยู่กรมศิลปากรและ พนิช (ชานนท์ ทิพกนก) แฟนของนลินนำเงินไปเล่นการพนันจนเป็นหนี้ก้อนใหญ่ จึงหลอกใช้นลินขโมยวัตถุโบราณไปขาย เธอได้รับการติดต่อจาก ชลันตี (เพ็ญพักตร์ ศิริกุล) มาตามนลินกลับไปรับมรดกที่บ้านเกิดของแม่ ซึ่งยายเพียร (สาวิตรี สามิภักดิ์) กำลังป่วยหนัก นลินเข้าไปหายายเพียรตอนเช้าแต่พบว่ายายเพียรเสียชีวิตแล้ว นลินฝันประหลาดถึงหญิงคนหนึ่งที่กำลังร่ายรำอยู่ในสถานที่ลึกลับ และเริ่มรู้สึกตึงๆ รอบคอตลอดเวล พฤติกรรมก็เริ่มเปลี่ยนไป ชอบใช้ชีวิตกลางคืนมากกว่ากลางวัน ตาสู้แสงไม่ได้ และยิ่งไปกว่านั้นคือเริ่มมีข่าวลือประหลาดๆ เกิดขึ้นว่ามีคนเห็นดวงไฟลอยวนไปมารอบๆ บริเวณที่นลินอาศัยอยู่ พอรุ่งเช้าก็จะพบคราบเลือดตามราวแขวนเสื้อหรือสถานที่ต่างๆ บ้างก็มีสัตว์ล้มตายในลักษณะที่ไส้หรือเครื่องในหายไป ตฤณฤทธิ์ (กฤษฎา พรเวโรจน์) นักวิจัยหนุ่ม ผู้สนใจเกี่ยวกับกระสือ ลงพื้นที่เพื่อวิจัย และได้มาหาข้อมูลที่ทำงานของนลิน พบว่านลินมีอาการแปลกประหลาดบางอย่างที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่เขากำลังวิจัย แต่ไม่คิดว่าเธอจะเกี่ยวข้องกับมัน
play_circle_filled
แก้วกุมภัณฑ์

เยาวมาลย์ (แยม) (แพท-ณปภา ตันตระกูล) ตกงาน ทำให้ มิ่งขวัญ (แก้ว-อภิรดี ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม) และ มนตรี (ปั่น-ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว) เอือมระอาที่แยมไม่คิดจะหางานทำ มิ่งขวัญชวนแยมไปทำบุญด้วยกัน แยมเบื่อจึงขอออกมาเดินเล่น ทำให้พบกับ นิลุบลอัจฉรา (เบบี้มายด์-ปรัชญานันท์ สุวรรณมณี) ที่ปลอมเป็นหญิงวัยกลางคนมาให้เหรียญทองแดงรูปยักษ์กับแยม แยมคิดว่าตัวเองฝันจึงไม่ได้สนใจ ระหว่างทางกลับบ้านแยมเจอเหรียญนั้นในกระเป๋าจึงตกใจโยนทิ้งไป เมื่อกลับมาบ้านเหรียญนั้นก็กลับมาหาแยมอีกครั้งพร้อมกับยักษ์ที่มีร่างสีแดง ที่แนะนำตัวเองว่าชื่อ สุรมารา (ยักษ์) (เพ็ชร-ฐกฤต ตวันพงค์) อาชาชาย (เฟริสท์-ภาราดา ชัชวาลโชติกุล) ถูกบังคับให้ขับรถรับ-ส่ง นาถภุชงค์ (เพ้นท์-กฤตกานต์ ประสิทธิ์พานิช) แม้จะไม่เต็มใจก็ต้องทำเพื่องานที่ทำอยู่ นาถภุชงค์เห็นฟ้าที่แปรปรวน ตอนที่แยมและสุรมาราถูกตัวกันก็รู้ทันทีว่าสุรมาราลงมาโลกมนุษย์แล้ว แยมถูกสุรมาราขู่จนต้องยอมให้อยู่ด้วยและถูกบังคับให้ทำงานบ้านทั้งคืน สุรมาราแปลงกายเป็นมนุษย์ทำให้แยมตาค้างกับความหล่อของสุรมารา ป้าผ่อง (น้อง-พรสุดา ต่ายเนาว์คง) คนข้างบ้านแยม เห็นสุรมาราแล้วหลงใหลไปป่าวประกาศให้คนรู้ไปทั่วว่าสุรมาราเป็นของเธอ
play_circle_filled
ประกาศิตกามเทพ

เหม บุญญาฉัตรพงษ์ (ตู๋-นพพล โกมารชุน) อัครมหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจผลิตรองเท้า บริษัท เหมทอง จำกัด ภายใต้แบรนด์ดัง มนตรา มีทายาทเพียงคนเดียวคือ เหมวัด จึงหวังจะมอบกิจการทุกอย่างให้สืบทอด แต่เหมวัดกลับไปรักใคร่ชอบพอกับอุษา ที่เป็นเพียงลูกกำพร้าที่ยากจน คุณเหมกีดกันทุกวิถีทางจนเหมวัดต้องพาอุษาหนีหายไป คุณเหมโกรธมากถึงขั้นตัดขาดเหมวัดจากตระกูลบุญญาฉัตรพงษ์ โดยไม่คิดตามหา และคิดจะยกมรดกพร้อมกิจการทั้งหมดให้แก่ลูกบุญธรรมที่ขอมาเลี้ยงก่อนเหมวัดเกิด 3 คน นั่นคือ... ประกิต (เพชร-กรุณพล เทียนสุวรรณ) หรือ เสี่ยหนึ่ง ต่อมาแต่งงานกับ ผกา (ตุ๊ก-ชกวนันท์ รัชชีพ) มีลูกสาว 1 คน ชื่อ ผาณิตา หรือ น้ำตาล (น้ำตาล-พิจักขณา วงศารัตนศิลป์) , ปราการ (แมน-ศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์) หรือ เสี่ยสอง ต่อมาแต่งงานกับ อรทัย (เสียชีวิต) มีลูกสาว 1 คน ชื่อ ลาวัลย์ (แก๊ป-ชนกสุดา รักษาเวศ), ทัศนัย (เอ็ม-อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล) หรือ เสี่ยสาม ต่อมาแต่งงานกับ สมร (เปิ้ล-ชไมพร สิทธิวรนันท์) มีลูกชาย 1 คน ชื่อ ทศนาถ (ณัฐ-ณัฐรัฐ โมริส เลอกรอง) ทั้งสามครอบครัวต่างแก่งแย่งแข่งขันเพื่อช่วงชิงทรัพย์สมบัติของเหม แต่เหมก็เขี้ยวลากดินพอที่จะไม่ยกมรดกให้กับลูกบุญธรรมง่าย ๆ ส่วน มนตรา (คาร่า พลสิทธิ์) ภรรยาของเหมก็มีอาการเลอะเลือนหลง ๆ ลืม ๆ เพราะเสียใจที่เหมวัดหนีหายไป
play_circle_filled
เสือ ชะนี เก้ง Freshy เปิดตำนานแก๊ง 3 ทหารเสือ

ตั้ม (ปฐมพงศ์ เรือนใจดี) หนุ่มนครปฐมหน้าตาดี ใสซื่อ สุภาพ จิตใจดี มีมารยาท ชอบถ่ายภาพ เพิ่งเลิกกับแฟน เข้ามาใช้ชีวิตที่กรุงเทพในรั้วมหาวิทยาลัยเป็นครั้งแรก ชาตรี หรือ ชีต้า (อัครวุฒิ มังคลสุด) รูปลักษณ์ภายนอกเป็นผู้ชายหล่อเข้ม แต่แท้จริงแล้วชาตรีเป็นเกย์ และที่เขาไม่สามารถเปิดเผยตัวตนให้ใครรู้ได้ เพราะมีพ่อเป็นทหารที่เข้มงวด และคนสุดท้าย ออย (อรัชพร โภคินภากร) สาวสวย สุดแซ่บ ผู้เคยผ่านการเรียนมหาวิทยาลัยมาแล้ว 1 ปี ก่อนจะซิ่วมาเข้านิเทศ ที่น่าจะสนุกกว่าการเรียนบัญชีที่ She ไม่ปลื้ม เพราะออยเป็นคนสุขนิยม ชอบเอาชนะ เอาแต่ใจ เรื่องราววุ่น ๆ เกิดขึ้นเมื่อทั้ง 3 คนมาเจอกันในวันรับน้องที่มหาวิทยาลัย เพราะออยดันไปตกหลุมรักชาตรี โดยหารู้ไม่ว่าชาตรีเป็นเกย์ ที่นอกจากจะไม่ชอบออยแล้ว ชาตรียังหลงรักตั้มเข้าไปอีก แต่เพราะความลับ เรื่องเป็นเกย์จะเปิดเผยให้ใครรู้ไม่ได้ ชาตรีจึงต้องทำแอ๊บแมนหลอกทุกคน และคบกับตั้มในฐานะเพื่อนสนิทเท่านั้น ส่วนตั้มก็คบกับชาตรีเพราะต้องการความกลมกลืน เพื่อจะได้เข้าถึงวิถีคนกรุงเทพมากขึ้น และด้วยความเป็นเสือที่มีติดตัวมา ทำให้ชีวิตในมหาวิทยาลัยของตั้มเปรียบเหมือนทุ่งหญ้าซาวันน่าที่เต็มไปด้วยเหยื่ออันโอชะ ให้เสือผู้หญิงอย่างตั้มออกล่าอย่างสนุกสนานไม่เว้นวัน
play_circle_filled
ปาก

คำแต่ละคำ ที่ออกจาก “ปาก” สามารถมัดใจให้คนรัก หรือทำร้ายให้คนเกลียด หรือก่อให้เกิดการยกย่อง หรือเหยียดหยาม ล้วนเป็นผลลัพธ์ที่ผ่านลมปากของแต่ละคน ทั้งยังเป็นการแสดงตัวตน และบุคลิก ลักษณะของคนผู้นั้นได้ชัดเจน แม้ว่าจะเสแสร้งปั้นแต่งสรรหาคำพูดต่างๆ ก็สามารถปกปิดได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น ผู้หญิงสองคน คนหนึ่งสวย รวย การศึกษาดี มีพร้อมทุกสิ่ง อีกคนดูธรรมดา แต่มีความรู้ ฉลาด สองคนบนความแตกต่างของลม “ปาก” เส้นทางเดินของทั้งสองอยู่บนเส้นขนานที่ไม่น่าจะมาบรรจบพบกันได้ แต่เพราะเหตุผลบางอย่าง ทำให้ทั้งสองคนมาเกี่ยวพันกัน คนสวย มีเสน่ห์ แต่มี “ปาก” เป็นพิษ เลือกโลดแล่นบนเส้นทางบันเทิง และความจอมปลอม ส่วนอีกคนฉลาดเรียนรู้จากพิษของ “ลมปาก” มาปรับตัวเอง กลายเป็นคนใหม่ที่สร้างเสน่ห์ได้จาก “ปาก” และความดีงามในจิตใจ
play_circle_filled
สภากาแฟ 4.0

ภากาแฟ 4.0 เรื่องของร้านกาแฟโบราณในตลาดแห่งหนึ่งที่อยู่คู่ตลาดมาหลายรุ่น นับว่าเป็นศูนย์รวม ที่แลกเปลี่ยนข้อมูลพูดคุยและโต้เถียงของคนในตลาดเลยก็ว่าได้ โดยมีเจ้าของร้านหน้าใหญ่ใจกว้างที่ชอบเรียกลูกค้าด้วยการ จุดประเด็นชวนให้เกิดการพูดคุยโต้เถียง รวมถึงคอยปั่นข่าวให้ทุกคนสนใจเข้ามาฟังจะได้พ่วงขายกาแฟ ทุกคนที่มาที่นี่ไม่ว่าจะเป็นมิตรหรือเคยเขม่นกันมา จะหนุ่มสาวจีบกัน เด็กหรือแก่ นอกจากจะได้ดื่มกาแฟแล้วยังจะได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ ทั้งในและนอกตลาดมากมายแล้ว ในร้านแห่งนี้เหมือนเป็นสภาแห่งการโต้เถียงของชาวชุมชน ประเด็นที่เอามาโต้เถียงกันก็มีทั้งที่มาจากทางหน้าหนังสือพิมพ์ จนถึงตามหน้าเว็บไซต์ต่างๆ ผ่านการหยิบเอาลักษณะนิสัยของคนไทยในสังคมปัจจุบัน มาใส่ในตัวละครแต่ละตัวเพื่อเป็นตัวแทนถ่ายทอดมุมมองที่แตกต่างกันออกไปได้อย่างสนุกสนาน
play_circle_filled
นักเรียนพลังกิฟต์

ฤทธาวิทยาคม โรงเรียนที่ไม่ได้มีแต่เด็กเก่ง แต่ที่นี่ยังมี "ห้องกิฟต์" ห้องเรียนพิเศษที่มีเด็กเพียงหยิบมือเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ได้เรียนในห้องนี้ เด็กที่ "พิเศษ" มากกว่าใคร ๆ แต่แล้ว แปง (กรภัทร์ เกิดพันธุ์) เด็ก ม.4 ห่วย ๆ ห้องบ๊วยกลับสอบติดห้องกิฟต์โดยไม่ทราบสาเหตุ การเข้าเรียนห้องกิฟต์ของเขาเต็มไปด้วยความสับสน พร้อม ๆ กับเพื่อนใหม่ในคลาสที่เริ่มรู้สึกว่าการสอนในห้องนี้มีบางอย่างแปลก ๆ และในที่สุดพวกเขาก็ได้รู้ว่า ห้องกิฟท์ห้องนี้กำลังจะปลุก "ศักยภาพ" บางอย่างในตัวพวกเขาให้ตื่นขึ้น เมื่อชีวิตของพวกเขากำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อพรสวรรค์สามารถเติมเต็มทุกความฝันของพวกเขา แต่มันก็มาพร้อมกับปัญหามากมาย และที่สำคัญความพิเศษเหล่านี้กำลังจะนำพาพวกเขาไปสู่ความลับบางอย่าง ที่โรงเรียนนี้พยายามซ่อนอยู่
play_circle_filled
รักสุดปลายนวม

เฉิน(ตากเพชร เลขาวิจิตร) ลูกชาย อาซู(กัณพล ปรีดามาโนช) ผู้ทำหน้าที่ดูแลศาลเจ้าเหลียงซัน ศาลเจ้าประจำตำบลของตลาดเก่าแห่งหนึ่ง เฉินมีความฝันอยากเป็นดาราดังเหมือนกระด้ง...ดาราไทยที่มีชื่อเสียงที่ฮอลลีวู้ด แต่อาซูไม่เห็นด้วย เพราะต้องการให้เฉินสืบทอดการเป็นพ่อบ้านดูแลศาลเจ้า เฉินมีเพื่อนสนิทชื่อ ปอ(บัณฑวิช ตระกูลพานิชย์)ผู้มีงานประจำคือ มอเตอร์ไซค์วิน ปอชอบยกล้อจนผู้โดยสารหงายหลังตกมอเตอร์ไซค์มาแล้วหลายคน ทำให้ ยายปั่น(จอย ชวนชื่น) แม่ครัวโรงเจศาลเจ้าเหลียงซัน ผู้เป็นแม่ของปอดุตลอด ในตำบลนี้มี ค่ายมวยส.จีราวรรณ ซึ่งมี 2 พ่อลูกคนเก่ง สมศักดิ์(สมรักษ์ คำสิงห์)พ่อของ พริก(จาด้า อินโตร์เร) สาวน้อยที่เผ็ดสมกับชื่อเป็นเจ้าของ แม่พริกเสียชีวิตตั้งแต่พริกยังเด็ก
play_circle_filled
สังข์ทอง

กาลปางก่อน มีท้าวยศวิมล ครองเมืองพรหมนคร ท้าวยศวิมลมีมเหสีสององค์ มเหสีฝ่ายขวาชื่อ "จันเทวี" มเหสีฝ่ายซ้ายชื่อ "จันทา" ต่อมามเหสีทั้งสองทรงครรภ์ โหรทำนายว่าบุตร ของมเหสีฝ่ายขวาเป็นชาย ส่วนมเหสีฝ่ายซ้ายเป็นหญิง เมื่อครบกำหนดคลอด มเหสีจันเทวีก็คลอดโอรสออกมาเป็นหอยสังข์ ทำให้มเหสีจันทาจึงใส่ร้ายจนพระเจ้าพรหมทัตหลงเชื่อ ขับไล่พระนางจันเทวีออกจากพระราชวัง นางจันเทวีเดินทางด้วยความยากลำบาก เมื่อถึงชายป่านอกเมือง ยายตาสองคนสงสารจึกชวนให้พักอยู่ด้วย วันหนึ่งนางจันเทวีออกจากบ้านไปช่วยตายายเก็บผักหักฟืน ลูกน้อยในหอยสังข์ก็ออกจากรูปหอยสังข์ช่วยปัดกวาดบ้านเรือน และหุงหาอาหารไว้ พอเสร็จก็กลับเข้าไปในรูปหอยสังข์ตามเดิม พระนางกลับมาก็แปลกใจว่าใครมาช่วยทำงาน พระนางจันเทวีอยากรู้ว่าเป็นใคร วันหนึ่งจึงทำทีออกจากบ้านไปป่าเช่นเคย แต่แล้วก็ย้อยกลับมาที่บ้าน โอรสในหอยสังข์ก็ออกมาทำงานบ้าน พระนางจันเทวีเห็นโอรสเป็นมนุษย์ก็ดีใจ จึงทุบหอยสังข์เสียและกอดโอรสด้วย ความยินดี และตั้งชื่อให้ว่า ” สังข์ทอง ”
play_circle_filled
Beauty Boy

The Beauty Bar คือร้านเสริมสวยมาแรง ที่ให้บริการด้านความงามครบวงจร ไม่ว่าจะตัดผม ทำเล็บ อโรม่า สปา หรือให้คำปรึกษาด้านความงามต่าง ๆ ทุกอย่างดูไปได้ดีจนกระทั่ง อุ๋งอิ๋ง (ซีแนม สุนทร) เจ้าของร้านคนเก่ง ล้มป่วยและเสียชีวิตลงในเวลาไม่นาน ทำให้The Beauty Bar จำเป็นต้องปิดตัว ท่ามกลางความเศร้าโศก แอมแปร์ (เต๋า-เศรษฐพงศ์ เพียงพอ) และ เอแคลร์ (จูน-สิตาภา สุขเจริญไกรศรี) น้องชายคนกลางและน้องสาวคนเล็กของอุ๋งอิ๋ง คือผู้ที่ต้องรับช่วงต่อ The Beauty Bar ตามพินัยกรรม สร้างความเซอร์ไพรส์ให้ทุกคนเป็นอย่างมาก เพราะรู้กันว่าแอมแปร์เป็นหนุ่มห้าวสุดเซอร์ ไม่ใกล้เคียงกับเรื่องสวย ๆ งาม ๆ เลยแม้แต่น้อย ส่วน เอแคลร์ ก็เป็นสาวสังคมที่รักสนุกไปวัน ๆ ยังไม่เคยโชว์ฝีมือด้านการบริหารอะไรแล้วสำเร็จมาก่อนเลย
play_circle_filled
ริมฝั่งน้ำ

พฤกษ์ (เพื่อน คณิน) อาจารย์หนุ่มต้องเสีย พ่อ (เศรษฐา ศิระฉายา) ไปอย่างกะทันหัน จากอุบัติเหตุที่คนขับรถคู่กรณีชนแล้วหนีหายไร้ร่องรอย บุษกร (ทาริกา ธิดาทิตย์) แม่พฤกษ์ล้มป่วยเกือบเป็นอัมพาต ทั้งงานสอนและสืบหาฆาตกรที่หายเข้ากลีบเมฆ ทำให้พฤกษ์ไม่มีเวลาจนถูกแฟนทิ้ง แถมยังต้องเจอกับลูกศิษย์หัวดื้ออย่าง วีนัส (นาตาลี ปณาลี) วีนัสหวังสร้างธุรกิจร้านกาแฟแต่ก็เจ๊งจนต้องยอมรับมรดกเนอร์สซิ่งโฮม “บ้านร่มไม้ชายคา” ที่มีสมาชิกสูงวัยให้แก้ปัญหา เพราะเห็นแก่ ยายพิกุล (น้ำเงิน บุญหนัก) พฤกษ์จับได้ว่าคนดูแลทำร้ายแม่ ไอลดา (แคท ตฤณญา) หมอเพื่อนสนิทแนะนำให้พฤกษ์พาแม่ไปอยู่เนอร์สซิ่งโฮมที่ดูแลผู้สูงอายุใกล้ชิดตลอด 24 ชม. พฤกษ์อยากดูแลแม่เองแต่งานยุ่งจนบุษกรมีอาการซึมเศร้า พฤกษ์ตัดสินใจพาแม่มาอยู่ที่บ้านร่มไม้ชายคา วีนัสอาสาดูแลแม่พฤกษ์อย่างดี แต่คืนหนึ่งบุษกรหายออกไปจากห้อง พฤกษ์โมโหวีนัส พาแม่ออกจากบ้านร่มไม้ชายคาทันที
play_circle_filled
เลือดข้นคนจาง

ตระกูล "จิระอนันต์" ตระกูลอันยิ่งใหญ่เจ้าของโรงแรมจิรานันตา กรุงเทพฯ และพัทยา กำลังจะเจอบททดสอบครั้งใหญ่ยิ่ง บททดสอบที่จะถอดและกระชากหน้ากากพี่น้องในตระกูลให้เห็นถึงเรื่องคาวๆ และแก่นแท้ของแต่ละคน เมื่อ ประเสริฐ (ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี) พี่ชายคนโตผู้บริหารโรงแรมสาขากรุงเทพฯ ถูกยิงสังหารอย่างมีเงื่อนงำและเต็มไปด้วยปริศนา และเมื่อผู้ต้องสงสัยหลักของคดีนี้คือ ภัสสร (คัทลียา แมคอินทอช) น้องสาวคนที่สามของบ้าน กับ คริส (โสภิตนภา ชุ่มภาณี) ผู้เป็นภรรยา ทำให้ลูกพี่ลูกน้องรุ่นหลานที่เป็นเพื่อนเล่นกันตั้งแต่เด็ก ซึ่งก็คือ อี้ (ธนภพ ลีรัตนขจร) ลูกชายของภัสสร กับ พีท (กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม) ลูกชายของประเสริฐและคริส ต้องออกมาสืบหาความจริงเพื่อพิสูจน์ว่าแม่ของตนนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ ในภารกิจที่ต้องแข่งกับเวลาเพื่อหาคำตอบว่า "ใครเป็นคนฆ่า" และ "ฆ่าทำไม" อี้และพีทยังได้เจอเรื่องคาวๆ ของคนในตระกูล และก็พบว่าลูกพี่ลูกน้องทั้งหมด รวมถึงญาติผู้ใหญ่เอง ทุกคนล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ และยิ่งสืบยิ่งค้น ความคาว และความลับอันดำมืดของตระกูลที่ควรจะจบลงไปตั้งนานแล้วก็เริ่มปรากฏ และแล้วความเชื่อใจระหว่างญาติพี่น้องที่เคยมีให้กันก็เริ่มพังทลายลง จนสุดท้ายตระกูลจิระอนันต์อันยิ่งใหญ่ก็ต้องถึงจุดแตกหักในที่สุด
play_circle_filled
The Judgement Like..ได้เรื่อง

เป็นเรื่องของ ลูกแก้ว(มายด์) นิสิตสาววัย 18 ปีที่มีความเพียบพร้อมรอบด้านทั้งเรื่องหน้าตา ความสามารถทางด้านกิจกรรมและการเรียน แต่ชีวิตของเธอกลับต้องมาพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือเมื่อ อรรธ (ภีมMBO) เพื่อนสนิทผู้ชายที่กำลังตามจีบเธอแอบมีเพศสัมพันธ์กับเธอในยามที่เธอเมามายไร้สติในงานเลี้ยงที่จัดขึ้นที่บ้านของอรรถด้วยความพลาดพลั้งเล็กๆในครั้งนั้นมันกลับกลายเป็นเรื่องใหญ่เมื่อรูปถ่ายที่ อรรธ แอบถ่ายลูกแก้วเอาไว้ขณะที่เขากำลังแอบลักหลับเธอนั้น ได้หลุดออกมาในโลกโซเชียลมีเดีย ลูกแก้วต้องเผชิญปัญหาอย่างโดดเดี่ยวทั้งการถูก Social Bully โดยคนในมหาวิทยาลัยซึ่งต่างซุบซิบนินทาว่าร้าย โดยนำรูปภาพไปส่งต่อและเอาไปวิจารณ์อย่างเสียหายโดยไม่ได้มองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น เธอกำลังตกเป็น เหยื่อ และยิ่งไปกว่านั้นคือคนใกล้ตัวที่กลับตัดสินเธอแบบไม่ได้ฟังความจริงจากปากของเธอ
play_circle_filled
happy birthday วันเกิดของนาย วันตายของฉัน

“ต้นไม้” (ปุริม รัตนเรืองวัฒนา) เด็กหนุ่มผู้ไม่เคยได้รับการฉลองวันเกิดสักครั้งในชีวิต จนกระทั่งในวันเกิดครบรอบอายุ 17 ปีของต้นไม้ ปีนี้เป็นครั้งแรกที่ต้นไม้ได้ของขวัญวันเกิดจากพ่อเป็นห้องนอนเก่าของ “ธารน้ำ” (ลภัสลัล จิรเวชสุนทรกุล) พี่สาวที่ฆ่าตัวตายในวันเกิดของเขา นอกจากของขวัญที่ต้นไม้ได้รับเป็นห้องนอน ต้นไม้ยังได้พบกับวิญญาณของธารน้ำที่ยังคงติดอยู่ในห้อง โดยมีต้นไม้เพียงคนเดียวที่สามารถเห็นและสื่อสารกับธารน้ำได้ ธารน้ำไม่รู้ว่าอะไรทำให้เธอยังติดอยู่ที่นี่และจำไม่ได้ว่าทำไมเธอถึงฆ่าตัวตาย ต้นไม้จึงต้องช่วยธารน้ำค้นหาคำตอบจาก “ที” (พุฒิชัย เกษตรสิน) ดาราหนุ่มชื่อดังที่เคยเป็นรักแรกของธารน้ำ จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่จะนำพาหัวใจของคนที่แตกสลายรอบตัวพวกเขา ให้กลับมาผสานกันอีกครั้งด้วยความรักที่พวกเขาเคยมี
play_circle_filled
รักฉันสวรรค์จัดให้

ระหว่างที่บิ๊กเบน (นิธิดล ป้อมสุวรรณ) กำลังขับรถกลับจากงานปาร์ตี้ เขาเห็นรถพยาบาลที่กำลังพามนัสวี (จริญญา ศิริมงคลสกุล) ไปผ่าตัดไส้ติ่ง ขับตามหลังมาอย่างเร็ว เบ็นหักรถหลบรถพยาบาล แต่เขากลับเสียหลักพุ่งเข้าชนตอม่อทางด่วนอย่างแรง วิญญาณของเขาออกจากร่าง มนัสวีเกิดอุบัติเหตุระหว่างผ่าตัด หัวใจเธอหยุดเต้นไปชั่วขณะ การผ่าตัดผ่านไปด้วยดี แต่มนัสวีกลับได้คุณสมบัติพิเศษเพิ่มขึ้นมา นั่นคือ เธอสามารถเห็นวิญญาณได้ และวิญญาณดวงแรกที่เธอได้เจอก็คือ “เบ็น” เบ็นกลายเป็นวิญญาณที่ต้องผูกติดอยู่กับมนัสวี เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไม เพราะเขาจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใคร เขาจำอะไรไม่ได้ซักอย่าง แม้แต่ชื่อของตัวเอง มนัสวีก็เป็นคนตั้งชื่อ เบ็นให้เขา แต่เบ็นเชื่อว่าต้องมีเหตุผลที่ดีแน่ๆที่เขาต้องมาอยู่กับมนัสวี ความรักของทุกคนจะลงเอยอย่างไร คนกับผีจะรักกันได้หรือไม่ ที่สุดแล้วความชุลมุ่นวุ่นวายนี้จะจบอย่างสมหวัง หรือจะเป็นโศกนาฎกรรมอีกบทหนึ่ง เหมือนกับดวงวิญญาณที่เขาได้ช่วยเหลือ คำตอบคงอยู่ที่ (มองบน) สวรรค์ เท่านั้นที่จะเป็นผู้ จัดให้
play_circle_filled